จีนเปิดตัวคอมพิวเตอร์ควอนตัม “จิ่วจาง 2.0” ประมวลผลเร็วที่สุด ทุบสถิติโลก 196 Views

แหล่งที่มาhttps://www.scmp.comhttps://www.xinhuathai.com

รูปภาพจาก https://www.xinhuathai.com

        การปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ที่อาศัยปรากฏการณ์เชิงควอนตัม หรือที่เรียกว่า “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” (Quantum Computer) ที่ทรงพลัง สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากหลาย ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก  จากในอดีตนั้นเคยถูกถกเถียงกันว่าจะสามารถเป็นความจริงได้อย่างไร เนื่องจากดูห่างไกลจากความเป็นจริงจนเกือบจะเป็นเพียงแค่แนวคิดหนึ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ของนักอนาคตศาสตร์  

        ในที่สุด เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2564 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์จีนได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาต้นแบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมตัวที่ 2 ของโลก ที่มีชื่อว่า “จิ่วจาง 2.0” (Jiuzhang 2.0)  ที่มีความสามารถในการประมวลผลได้เร็วกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดตัวแรกของโลกอย่าง “Sycamore” ของบริษัท Google หลายหมื่นล้านเท่า จากการออกแบบที่เสถียรกว่า โดยจิ่วจาง 2.0 มีความเร็วถึง “หนึ่งล้านล้านล้านล้านเท่า” (septillion) ซึ่งสามารถตรวจจับโฟตอนหรืออนุภาคของแสงได้สูงสุดถึง 113 โฟตอน หรือเท่ากับว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกจะใช้เวลามากถึง 30 ล้านล้านปี แต่ในขณะที่จิ่วจาง 2.0 สามารถทำได้ในเวลาแค่เพียง 1 มิลลิวินาทีเท่านั้น  จากผลการศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ทางออนไลน์ในวารสารฟิสิคัล รีวิว เลตเตอร์ส (Physical Review Letters) เมื่อวันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา นายลู่ เฉาหยาง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน เปิดเผยว่า “เมื่อเทียบกับจิ่วจางรุ่นแรกที่ตรวจจับอนุภาคของแสงได้เพียง 76 โฟตอน คณะนักวิจัยได้พัฒนาปรับปรุงให้มีสมรรถภาพและประสิทธิภาพด้านการกักเก็บแหล่งกำเนิดแสงควอนตัมสูงขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มจำนวนโฟตอนที่สามารถตรวจจับได้มากขึ้นจากรุ่นแรกอีกด้วย” 

        นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านการสร้างระบบประมวลผลด้วยเทคโนโลยีควอนตัมของโลกกับความสามารถด้านการประมวลผลระดับสูงและทรงพลังของ “จิ่วจาง 2.0” นอกจากนี้ จิ่วจาง 2.0 อาจถูกนำไปเป็นต้นแบบเพื่อประยุกต์ใช้ในสาขาความรู้ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น ทฤษฎีกราฟ (graph theory) การเรียนรู้ของเครื่องจักร (machine learning) กลศาสตร์ควอนตัม (quantum mechanics) โดยมีบทบาทสำคัญกับโลกยุคดิจิตอลในอนาคตอย่างแน่นอน